เปิดโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ! เสียงหนุน 253 เสียงส่ง “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ รอบสอง

1 min read

 

พิมพ์ไทยออนไลน์ // ดีเดย์ต้นเดือน มิ.ย. “บิ๊กป้อม” จ่อวางมือการเมือง ลบภาพสืบทอดอำนาจ-ปัญหาสุขภาพ ไม่เอื้อบริหารบ้านเมือง

 

 

วานนี้ (12 พ.ค.62) แหล่งข่าวจาก ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ต้นเดือน มิ.ย.นี้ จะได้ คณะรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีเสียงสนับสนุนในสภา 253 เสียง ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกสมัย นำโดย พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่ง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคฯ มั่นใจว่า พรรค พปชร. ที่มี 115 เสียง จะรวบรวมเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ได้เกิน 250 เสียง ทำให้มีความชอบธรรมในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยมี พรรคภูมิใจไทย 51 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคพลังประชาชาติไทย 5 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 เสียง พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง พรรคประชาปฏิรูป 1 เสียง ยังไม่รวมพรรคขนาดเล็กอีก 11 พรรค พรรคละ 1 เสียง และจาก พรรคประชาธิปัตย์ อีก 52 เสียง ที่จะชัดเจนหลัง วันที่ 15 พ.ค. ที่จะเลือกหัวหน้าพรรค และ คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ มีมติหนุนพรรค พปชร. จะส่งผลให้พรรค พปชร. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้

สำหรับโควตาแกนนำพรรค พปชร.ได้จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีในกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจไว้ค่อนข้างลงตัวแล้ว โดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจในรัฐบาล อาทิ กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม (ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง) อุตสาหกรรม การส่งออก โดยวางตัว นายอุตตม สาวนายน เป็นรมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค อาจจะเป็น รมว.คมนาคม

ขณะที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล แต่ปรับเปลี่ยนให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มาเป็นรมว.กลาโหม แทน เพื่อลบภาพของการสืบทอดอำนาจ จากกรณีการสรรหา 250 ส.ว.ทำให้ พล.อ.ประวิตร กลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาล และปมนาฬิกาหรู รวมทั้งปัญหาเรื่องสุขภาพที่อาจทำให้ต้องวางมือการเมือง

ขณะที่โควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะได้รับการจัดสรรพรรคละ 6 – 7 เก้าอี้ ในกระทรวงหลัก โดยพรรคประชาธิปัตย์ ขอโควตากระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาราคาผลปาล์มดิบและยางพารา ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ต้องการดึงคะแนนเสียงในพื้นที่ภาคใต้กลับคืนมา

ส่วนพรรคภูมิใจไทย มี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรค กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ซึ่งนายเนวิน ต้องการโควตา รมว.มหาดไทย ถ้าหารือลงตัวจะได้เก้าอี้ รมช.มหาดไทย มาด้วย ขณะที่ นายอนุทิน ขอดูกระทรวงคมนาคม แต่เกรงว่าถูกมองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะมีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ และได้รับสัมปทานจากรัฐหลายโครงการ จึงลงตัวที่ตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสาธารณสุขด้วย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายกัญชา

ขณะเดียวกัน พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และพรรคชาติพัฒนา ที่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ได้ข้อสรุปลงตัวโควตากระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา คาดว่าจะได้คุม 2 กระทรวง คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่ง น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และนายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี.

Cr. : แนวหน้าออนไลน์
https://www.naewna.com/politic/413172